http://www.wachirawit.ac.th/wachirawit/health_zone/34978_002.jpg

 

 

 

1.     ควรเริ่มออกกำลังกายอย่างเบาๆ ก่อน แล้วจึงค่อยๆเพิ่มความหนักของการออกกำลังกายภายในวันต่อๆ ไปให้มากขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน

2.     ผู้ที่เพิ่งฟื้นจากไข้หรือโรคประจำตัว ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนการออกกำลังกาย

3.     ผู้ที่ประสงค์จะออกกำลังกายหนักๆ โดยเฉพาะผู้ที่อายุต่ำกว่า 40 ปี ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน

4.     ในระหว่างการออกกำลังกาย ถ้ารู้สึกผิดปกติ เช่นหน้ามืด หอบมากและชีพจรเต้นเร็ว ต้องหยุดการออกกำลังกายทันที และถ้าต้องการจะออกกำลังกายใหม่ ความได้รับคำแนะนำจากแพทย์เสียก่อน

5.     การออกกำลังกายแต่ละครั้ง ควรเลือกกิจกรรมให้เหมาะสมกับตนเอง

6.     การออกกำลังกายที่จะให้ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงนั้น ควรจะต้องออกแรง โดยให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายทุกส่วนทำงานมากกว่าปกติหรือเพื่อให้รู้สึกเหนื่อย เช่น หายใจถี่ขึ้น ชีพจรเต้นเร็วขึ้น

7.     ผู้ที่มีภารกิจประจำวันที่ไม่สามารถแบ่งเวลาเพื่อการออกกำลังกายได้ ควรเลือกกิจกรรมที่ง่ายและกระทำได้ในบริเวณบ้าน เพราะว่าการออกกำลังกายจะมีประโยชน์หรือไม่เพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับว่าร่างกายได้ออกกำลังกายมากน้อยเพียงใด

8.     เครื่องมือที่ช่วยในการออกกำลังกาย เช่น เครื่องเขย่า สั่น ดึง ดัน เพื่อให้ร่างกายไม่ต้องออกแรงนั้นมีประโยชน์น้อยมาก เพราะว่าการออกกำลังกายจะมีประโยชน์หรือไม่เพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับร่างกายได้ออกกำลังกายแรงมากน้อยเพียงใด

9.     การออกกำลังกายควรกระทำให้สม่ำเสมอทุกวัน อย่างน้อยวันละ 15-20 นาที เพราะร่างกายต้องการอาหารเป็นประจำทุกวันฉันใด ร่างกายก็ต้องการออกกำลังกายเป็นประจำฉันนั้น

10.   เพื่อให้การออกกำลังกายมีความสนุกสนาน หรือมีแรงจูงใจมากยิ่งขึ้นควรทำสถิติเกี่ยวกับการออกกำลังกายเป็นประจำควบคู่ไปด้วย เช่น จับชีพจร นับอัตราการหายใจ

11.     การออกกำลังกายควรกระทำให้สม่ำเสมอ เป็นเพียงปัจจัยอย่างหนึ่งในการปรับปรุงและรักษาสุขภาพเท่านั้น ถ้าจะให้ได้ผลดีจะต้องมีการรับประทานอาหารที่ดี และมีการพักผ่อนอย่างเพียงพอด้วย

12.     พึงระลึกเสมอว่า ไม่มีวิธีการฝึกหรือออกกำลังกายวิธีลัดเพื่อให้ได้มาซึ่งสุขภาพและสมรรถภาพทางกาย แต่การฝึกหรือการออกกำลังกายจะต้องอาศัยเวลาค่อยเป็นค่อยไป

          แต่อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจเกี่ยวกับการออกกำลังกายในบางเรื่อง ได้สร้างความสับสนและเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน จนทำให้มีอคติต่อการออกกำลังกาย

edit @ 16 Aug 2008 12:20:49 by supita

 

 

 

การออกกำลังกายนั้นเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพทุกเพศทุกวัย เนื่องจาก
   1. ช่วยให้ระบบไหลเวียนของเลือดทำงานได้ดี ไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้มากขึ้น ป้องกันโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตต่ำ มีภูมิต้านทานของร่างกายดีขึ้น และป้องกันโรคต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคข้อเสื่อม
   2. ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก การทรงตัว และทำให้เคลื่อนไหวคล่องแคล่วขึ้น
   3. ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น
   4. ช่วยลดความเครียด และทำให้การนอนหลับพักผ่อนดีขึ้น 
     ในการออกกำลังกายทุกครั้ง ผู้สูงอายุควรจะประเมินความเหมาะสม และความสามารถก่อน เช่น บางคนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ว่าควรออกกำลังกายประเภทใด และมากน้อยเพียงใด การเริ่มออกกำลังกายนั้นควรเริ่มจากการศึกษาหลักการให้ถูกต้องก่อน แล้วค่อย ๆ เริ่ม ไม่ควรหักโหมมากในครั้งแรก ๆ เพื่อเป็นการปรับสภาพร่างกายก่อน การออกกำลังกายที่ดี ควรเป็นการออกกำลังกายที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่หักโหมทำเป็นครั้งคราว ควรเริ่มจากการอุ่นร่างกาย (ประมาณ 5-10 นาที) ออกกำลังกาย (15-20 นาที) และจบด้วยการผ่อนคลาย (5-10 นาที) ทุกครั้ง ในการออกำลังกายทุกครั้งไม่ควรกลั้นหายใจ หรือสูดลมหายใจอย่างแรง ควรหายใจเข้า และออกยาว ๆ เพื่อช่วยระบบการหายใจของร่างกาย การออกกำลังกายที่เหมาะสมของผู้สูงอายุนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน

edit @ 16 Aug 2008 12:10:07 by supita

edit @ 16 Aug 2008 12:10:40 by supita

http://blog.sanook.com/PortalPics/_jintanaA/images/default/P1000022%20copy.jpg

 

http://kanchanapisek.or.th/kp4/book341/fat.jpg

 

 

 

1.ออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน  2. ออกกำลังกายครั้งละ 15-30 นาที
  3 ออกกำลังกายแบบค่อยเป็นค่อยไปอย่าหักโหม
  4. ควรอบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกายและผ่อนกายก่อนเริ่มออกกำลังกาย
  5. ออกกำลังกายให้เหมาะสมกับวัย
  6. ออกกำลังกายที่ให้ความสนุกสนาน
  7. แต่งกายให้เหมาะสมกับกับชนิดของการออกกำลังกาย
  8. ออกกำลังกายในสถานที่ปลอดภัย
  9. ควรออกกำลังกายหลากหลายชนิด
  10. ผู้สูงอายุ หญิงมีครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัว ต้องตรวจสุขภาพก่อนออกกำลังกาย
 

 

 

edit @ 16 Aug 2008 12:05:20 by supita